Code Geass อนิเมะที่ต้องดู!

posted on 12 Jul 2009 14:37 by almonne

 ระวังสปอย

 

  เร็วๆนี้ได้โอกาสไปอ่านสปอยของ code geass r2 มาค่ะ ซึ่งต้องยอมรับว่าของเขาดีจริงๆ

   Code Geass เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีชื่อว่า ลูลูช ผู้ซึ่งมีความคิดที่จะเปลี่ยนเเปลงโลกใบนี้เพื่อน้องสาวที่ตาบอดเเละพิการที่มีนามว่า นานาลี่  จนวันหนึ่งเขาได้เจอกับ c.c. สาวปริศนาที่มอบพลังที่มีชื่อว่า "กีอัส" ให้ เเละนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด

   ฉากเริ่มในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตอนที่ถูกจักวรรติ บริทาเนีย เข้ายึดครองพอดี จากนั้น 7 ปีให้หลัง ญี่ปุ่นถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เอเรีย11 ชาวญี่ปุ่นถูกเรียนกว่า อีเลฟเวน

   เกิดเหตุการปะทะกันของ บริทาเนียกับกลุ่มต่อต้าน ทำให้ลูลุซ(ตัวเอกของเรื่อง)ต้องไปเจอกับ c.c. โดยบังเอิญ เเละได้รับพลังที่มีชื่อเรียกว่า กีอัส โดยพลังกีอัสนั้นสามารถใช้ควบคุมสั่งการคนที่ลูลุซสบตาด้วยได้ (รายละเอียดโปรดหาดูเอานะคะ) (คำสั่งเเรกที่ลูลุซใช้คือ สั่งให้กองทหารจำนวนหนึ่งฆ่าตัวตาย) ซึ่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูลุซทำการปฎิวัติ

   ต้องขอกล่าวถึงตัวละครสำคัญอีกตัวของเรื่องคือ  ซูซาคุ เพื่อนรักของลูลุซ ผูซึ่งไปเป็นทหารของบริทราเนียทั้งทีพ่อของเขาคือ อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นที่เขาเป็นคนฆ่ากับมอของตัวเอง โดยที่ซูซาคุมีความเชื่อว่า "การเปลี่ยนเเปลงทำได้จากภายใน" 

   ต่อมาลูลุซได้ทำการจัดตั้งกองทพ "ภาคีอัศวินดำ" ขึ้นเพื่อจักการกับ บริทาเนีย โดยมีเป้าหมายพุ่งไปที่ราชาเเห่งบริทาเนียหรือพ่อเเท้ๆของตน

 

   เรื่องราวต่างๆจะค่อยๆเปิดออกมาทีล่ะนิดไม่ว่าจะเป็น ความททรงจำในอดีตของลูลุซ เเละ เรื่องราวของซีซี ทุกอย่างจะค่อยๆเปิดออกมาอย่างสวยงามไม่มากไป น้อยไป เเต่ไม่ขาดตอน

   ในตอนเเรกออกเเนวออกมาได้คล้ายกันดั้มอย่างเเรงค่ะ เเต่ทว่าเมื่อดูไปเรื่อยๆจะพบว่าเรื่องนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงทีเดียว เป็นอนิเมะที่จะให้คำจำกัดความล่ะก็ อาจผู้ได้ว่าเกี่ยวกับ "จิตใจของมนุษญ์ จุดยืน เเละการเปลี่ยนเเปลงโลก " ซึ่งพูดจรงๆว่าออกเเนวหนักทีเดียว

   หนักในบางตอนมีแอบหงิดที่พลิกลอกได้อย่างเเทงใจคนดูอย่างมาก เเต่สำหรับตอนจบสวยจริงๆ

  ยิ่งในตอนท้ายๆของเรื่อง เนื้อหาอัดเเบบทะลักทีเดียวค่ะ เเต่พอตอนจบ เท่านั้น ต้องบอกเลยว่าจบได้อย่างงดงามมากๆ  ตั้งเเต่ดูอนิเมะมาเรื่องนี้ถูกใจสุด ๆ

 

 ตอนนี้ออกมาถึงR2 ไม่เเน่ว่าอนาคตจะมีR3 ต่อมาหรือไม่ เพราะบางเรื่องอนิเมะก็ยังเคลียร์ไม่หมด  ยังไงก็คงต้อติดตามดูกันต่อไป

 

                 สวย นั่นคือความรู้สึกแรกที่ผมเห็นเธอ ผิวขาวนวลเนียน รูปร่างได้สัดได้ส่วน ทวงท่าการเดินที่สง่างามโดดเด่น ดวงตาโตสุกใสเป็นประกาย ใบหน้าสวยคมดูเป็นผู้ใหญ่แต่กลับแฝงไปด้วยความน่ารักแบบเด็กสาวแรกรุ่น

 

                   เธอทำเอาผมยืนนิ่งอยู่กับที่ ช่วงเวลาเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ผมรู้สึกว่าหัวใจของผมเต้นผิดปกติ ใบหน้าอยู่ๆก็ร้อนผ่าวอย่างไม่มีสาเหตุ สายตาไม่อาจละจากบุคคลตรงหน้าไปได้ เดินเดินออกจากช่องผู้โดยสารขาเข้าต่างประเทศ แล้วเดินออกไปไกล แต่นั่นก็ไม่สามารห้ามไม่ให้ผมจ้องมองเธอไปจนสุดสายตาได้

 

                   เฮ้ย ไอ้รัฐ เสียงของเล้งดังขึ้น ใช่แล้วผมลืมเธอไปซะสนิท เหตุผมที่ผมมาที่สนามบินเพื่อมารับไอ้เล้งเพื่อนสนิทผมที่เพิ่งกลับมาจากซัมเมอร์ที่อเมริกา

                   

                    อะไร ผมตอบมันกลับไป เธอคนนั้นหายไปเสียแล้ว  ไอ้เล้งมองหน้าผมแบบคนสงสัยอะไรบางอย่างแล้วไม่ทันไรมันก็ถามขึ้น

 

                     โห เจอเพื่อกลับมาจากต่างประเทศซักทีทักแบบนี้นะ ว่าแต่เหม่ออะไรรึเปล่าเนี่ยว่ะ ผมสะดุ้ง หันกลับไปมองไอ้เล้งแล้วส่ายหน้าทันที ขนาดผมเองยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้นด้วย เล้งมองผมอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนัก  แต่คนอย่างมันเองก็ไม่สนใจอะไรมากๆอยู่แล้ว หลังจากนั้นผมกับมันก็ไปเที่ยวอะไรๆนิดหน่อยฉลองที่มันกลับมาเมืองไทย แต่ถึงอย่างนั้นภาพของเธอคนนั้นที่สนามบินก็ไม่สามารถลบออกไปจากหัวผมได้เลย

 

                    -------------------------------------------------------------------------------

 

                นั่นมัน....เธอคนนั้นไม่ผิดแน่ ไม่สิ ต้องใช่เธอแน่ๆ ช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้นะ ไม่สิๆ ไม่ใช่ความบังเอิญหรอก ต้องเป็นพระฟ้าบันดาลให้เรามาเจอกันแน่ ทั้งที่ตอนแรกผมเองไม่ได้คิดที่จะมาที่ลานสเก็ตนี่แล้วเท้ๆ แต่อีกครั้งที่ความคิดของผมกำลังโลดแล่นเพลินๆเสียงเสนาะของไอ้เล้งก็ปลุกผมอีกครั้ง

 

                     เฮ้ยๆรัฐ เหม่ออีกแล้วนะเว้ย ทำไมเดี๋ยวนี้เหม่อบ่อยจังว่ะ นั่นไงคนเขากำลังเคลิ้มๆไอ้เพื่อนตัวดีก็มาขัดจังหวะซะได้

                      แกมองอะไรวะรัฐ ว่าแล้วไอ้เล้งก็ใช้สานตาอันแหลมคนของมันหันไปมองบริเวณเดียวกับที่ผมกำลังจ้องมองไปที่ เธอคนนั้น เมื่อครู่ แต่จะเป็นโชคดีหรือร้ายก็ไม่ทราบเพราะว่า เธอคนนั้น ของผมได้หายไปจากบริเวณนั้นแล้วเรียบร้อย ผมพยายามสะบัดหัวไล่ภาพของเธอออกจากความคิดพร้อมๆกับพุ่งตัวออกไปยังใจกลางของลานสเก็ตน้ำแข็งอันเย็บเฉียบ  

 

                  ------------------------------------------------------------------------------

 

                   เล้ง รัฐ เสียงเล็กๆของหว้าเรียกมาแต่ไกล ร่างเล็กบางของเธอเดินเลียบลานสเก็ตมาพร้อมกับร่างบางอีกร่าง  หว้าเป็นเพื่อนสาวของพวกผมเออนับว่าเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งเลยก็ได้ เพราะด้วยนิสัยห้าวนิดๆของเธอที่ชอบทำอะไรแบบผู้ชายทำให้ไปไหนมาไหนด้วยกันง่าย แถมนิสัยไม่เอาแต่ใจและเรื่องมากทำให้พวกเราเข้ากันได้ดี  แต่กระนั้นก็เถอะเธอเองก็มีความเป็นผู้หญิงเหมือนกัน หว้ามาเรียนสเก็ตได้ประมาณ2-3เดือนแล้ว แถมดูเจ้าตัวจะชอบมากเสียด้วย ส่วนเหตุผลที่เธอมาเรียนที่นี่น่ะเหรอ นั่นไง เดินตามหลังเธอมานู่น

 

                      ไงรอนานไหม พี่แอน แฟนของไอ้เล้ง อายุมากกว่าพวกเราอยู่สองปี  ถึงจะอายุสิบเก้าแล้วแต่เพราะว่าด้วยน่าตาน่ารักและอ่อนเยาว์เหมือนเด็กมอสี่ทำให้ไม่สามารถเรียกคำว่าพี่ออกมาได้เต็มปากซักที ยิ่งผมสั้นประบ่านั้นทำให้พี่แอนดูเหมือนเด็กมากยิ่งขึ้น  แถมพี่แอนเป็นนักสเก็ตที่เรียกได้ว่าเก่งสุดๆคนหนี่งทีเดียว ขนาดว่าพอหว้าเห็นปุ๊บก็อยากเรียนสเก็ตปั๊บทีเดียว

 

                       ไม่เลย แอนล่ะเหนื่อยรึเปล่า นั่นน่ะ หวานกันจริงเลย

 

                      ก็เหมือนเดิมล่ะจ๊ะ แต่ช่วงนี้ครูฝึกเข้มกว่าเดิมนิดหน่อย คงเพราะว่าอาทิตย์หน้าจะลงแข่งแล้วน่ะ ไอ้เล้งพยักหน้าหงึกๆอย่างเข้าใจ พร้อมกับสายตาเห็นใจอย่างถึงที่สุด

       

                       แหมๆ ไอ้เล้ง ถามแต่พี่แอนนะแกลืมไปแล้วหรอว่าชั้นก็เรียนเหมือนกัน หว้าที่ท่าจะทนดูความหวานของทั้งสองคนไม่ไหวพูด

 

                       อ่าว ก็ช่างแกสิ แกมันถึกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ไอ้เล้งสวนกลับทันที

 

                       เฮ้ย แกมาว่าฉันถึกได้ไงเนี่ย

 

                      น่าๆๆ สองคนล่ะก็ ผมรีบห้ามสึกก่อนที่คนในลายสเก็ตจะหันมามองดูเรามากไปกว่านี้ พี่แอนเองก็ดูจะเข้าใจผมไม่น้อย

 

                      นั่นสิจ๊ะ นี่ก็เที่ยงแล้วน้า พี่ว่าเราไปหาอะไรทานกันดีกว่าเนอะ ไอ้เล้งเงียบทันที ทั้งๆที่ตะกี้ยังจ้องผมอยู่เลย มันพยักหน้าหงึกๆหน้าตาบูดๆเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานทันทีทันใด หึ พอแฟนพูดหน่อยเดียวก็เปลี่ยนเป็นคนล่ะคนแล้วเฮอะคนเรา หว้าเองก็เงียบไปบ้างแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร

 

                     เออ ไปกินกันสามคนเถอะนะ พอดีไม่อยากไปกินกะไอ้หมอเนี่ยน่ะหว้าพูดแหย่หนึ่งที ล้อเล่นนะ พอดีหว้ามีธุระไปกินกันสามคนล่ะกันนะ เจอกันวันพรุ่งนี้แล้วกันนะ ไปแล้วล่ะ หว้าโบกมือลาพวกผมทันที แล้ววิ่งออกไปอย่างรีบร้อน

                    งั้นไปกินข้าวกันพี่แอนพูด  เล้งยื่นมือไปจับมือพี่แอนให้ลุกขึ้น แล้วใช้สายตามองมาทางผม ในตอนแรกผมเองก็ว่าจะไปด้วยอยู่หรอก แต่ดูแล้วไม่ไปจะดีกว่า

 

                    ขอบใ จนะครับพี่แอนแต่คราวนี้ผมไม่ไปจะดีกว่า รัฐกลัวหมาแถวนี้กัดเอา ผมพูดติดตลก พี่แอนหัวเราะชอบใจ

 

                   เจอกันพรุ่งนี้นะรัฐ

 

                 --------------------------------------------------------------------------------------------------

 

                 หัวใจผมเต้นแรง  ผมดีใจจนเผลอยิ้มกว้างอย่างไม่ทันรู้ตัว แล้วเธอคนนั้นก็หันหน้ามามองที่ผม.....

 

                10 นาทีก่อนหน้านี้ หลังจากแยกทางกับเล้ง  ภาพของเธอคนนั้นยังอยู่ในหัวผมอยู่ ผมเลยตัดสินใจกลับมาที่ลานน้ำแข็งอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมเลือกที่จะมาลานสำหรับใช้ฝึกที่เงียบและไม่มีคนเป็นพื้นที่สำหรับนักกีฬาของที่นี้เท่านั้น เพราะหวังว่าผมจะเจอกับเธอคนนั้นอีก ไม่สิ ผมมั่นใจ ผมมั่นใจว่าหากผมมาที่นี้ผมต้องได้เจอเธอคนนั้นแน่นอน แล้วมันก็เป็นจริง

 

                    เธอหันหน้ามองมายังผม ตอนนั้นเองเป็นตอนที่ผมเข้าใจคำว่า หายใจไม่ทั่วท้อง  อย่างถ่องแท้ ในตอนแรกผมคนว่าหากผมได้เจอกับเธอต้องเดินเข้าไปทักเสียหน่อย แต่เมื่อตอนนี้ที่ผมยืนอยู่ตอนนี้ร่างกายของผมกลับหยุดนั่ง ความคิดในหัวตีกันให้วุ่น ใจเต้นเร็ว ฝ่ามือของผมเริ่มมีเหงื่อออก หายใจไม่เป็นจังหวะ และอาการเหล่านี้ก็หนักขึ้นเมื่อเธอคนนั้นจ้องมองมายังผม

                     มีอะไร เธอถาม เสียงของเธอช่างหวานเหลือเกิน ถึงแม้คำพูดจะเย็นชาก็ตาม

       

                     นี่ ฉันถามว่ามีอะไร ไม่ได้ยินรึไงผมสะดุ้ง จริงสิในสถานการณ์เช่นนี้ผมควรกล่าวทักทายเธอใช่ไหม แต่ถึงแม้ผมจะสามารถคิดได้แล้วแต่ผมเองก็ไม่กล้าพูดออกไป

 

                     นี่ ฉันถามว่ามีอะไร เธอถามอีกครั้ง ผมพยายามรอบรวมความกล้าพูดคำทักทาย แต่ก็ไร้ซึ่งผลใดๆ ใบหน้าของเธอบ่งบองอย่างชัดแจ้งว่าไม่สบอารมณ์เอาเสียเลยโดยเฉพาะเมื่อผมไม่ตอบเธอ เธอจ้องหน้าผมซักพักแล้วหันหน้าหนีหายไป เป็นอีกครั้งที่ผมปล่อยเธอหายไปโดยไม่ได้พูดอะไรซักคำเดียว

 

                   ------------------------------------------------------------------------------------------

    

                     เฮ้ย ไอ้รัฐเป็นอะไรของแกวะ นั่งเศร้าเชียว ไอ้เล้งเดินมาตบไหล่ผม ขณะที่พี่แอนและหว้ากำลังซ้อมอยู่ในลานเสก็ต ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองหน้ามันด้วยความหวังว่ามันจะเข้าใจสถานการณ์ของผม

 

                      โห ไอ้รัฐหน้าบึ้งเชียวอกหักรึไง

 

                เออ ผมตอบรับมันว่าไปมันก็ไม่ต่างจากคำว่าอกหักนักหรอก ขนาดเมื่อคือผมยังนอนเห็นหน้าเธอเลย สายตาของผมเริ่มเหม่ออย่างไร้ทิศทางแต่ทว่าทันใดนั้นเอง

 

                     เธอคนนั้น ผมหลุดปากออกมา  ผมลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว ไอ้เล้งเดินมากดไหล่ผมแล้วอุทานเสียงดัง

   

                    โห ไอ้รัฐ โค-ตะ-ระ-สวยเลยวะ น่าจีบจริง ผมหันมองเล้ง สายตาของมันลุกวาว

 

                  จ๊าก พี่แอนที่เพิ่งออกมาจากลานสเก็ตบิดหูเล้งเข้าเต็มเปา

 

                   แอนน่ะ เล้งล้อเล่นเฉยๆ ว่าแต่แอนดูสิ ผู้หญิงคนนั้นน่ะสวยจริงๆ ไม่น่าล่ะไอ้รัฐถึงเป็นแบบนี้ ไอ้เล้งไม่ว่าเปล่ายังชี้มือไปให้พี่แอนดู

 

                   ไหนๆ ชิ ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลยหว้าที่เดินมาสมทบว่า

 

                  อุ๊ยนั่นมัน พี่แอนอุทาน

 

                  ทำไมหรอค่ะพี่แอน

                   นั่นพี่แอนชี้มือไปที่เธอคนนั้น หน้าตาของพี่แอนตอนนี้ดูตกใจมากทีเดียว 

                  พี่แอนรู้จักหรอครับ หัวใจของผมกำลังพองโต โดยเฉพาะที่ตอนนี้ พี่แอนได้หยักหน้ารับ

 

                  นั่นน้องนะ ผมมองพี่แอนงงๆ พี่แอนเองก็เหมือนเข้าใจเลยขยายความให้ คือ เธอคนนั้นน่ะ ชื่อว่านะ  น.หนูสระอะ นะ ผมพยักหน้าเข้าใจ นะ ชื่อของเธอแปลกจริงๆ

 

                  แต่ก่อนเป็นนักสเก็ตมือหนึ่งเลย แต่รู้สึกว่าจะประสบอุบัติเหตุระหว่างแข่งทำให้เล่นสเก็ตไม่ได้ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย บางคนก็บอกว่าเธอไปอยู่เมืองนอกน่ะ

 

                  หัวใจของผมรู้สึกว่าตอนนี้พองโตจนแทบจะระเบิด

 

                  โหหวังสูงเหมือนกันนะเว้ย ไอ้รัฐ ไอ้เล้งตบบ่าผมเข้าอย่างแรง แต่ผมกลับไม่รู้สึกเจ็บซักนิดตอนนี้จิตใจของผมจดจ่ออยู่กันเธอ นะ คนเดียวเท่านั้น

 

             -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

                  พวกคนอื่นกลับกันไปแล้ว แต่ผมย้อนกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมมาหาเธอโดยเฉพาะ นั่นไงผมว่าแล้วไม่ผิด เธอหันหน้ามามองผมแล้วเดินหนีไป แต่ผมไม่ลดละเดินตามเธอไปเรื่อยๆโดยไม่ให้เธอรู้ตัว เธอเดินมายังลานสเก็ตสำหรับซ้อม ดวงตาสีดำขลิบเหม่อมองออกไปใจกลางลานน้ำแข็ง มันช่างอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก

 

                นายจะยืนมองอีกนานแค่ไหน เธอเอ่ย  ผมเดินออกมาจากมุมอับช้าๆ ภายในใจยังอดนึกแปลกใจไม่ได้

 

           มีธุระอะไร เธอถามผมด้วยคำถามเดิม

 

               เออ... สวัสดี ผมกล่าวทักทายแม้มันจะเป็นการตอบที่ไม่ตรงคำถามสุดๆ หน้าของเธอดูไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

              เออ..นี่ทำไมไม่ลงไปเล่นล่ะ คราวนี้เธอหันขวับ

 

             นายจะไปรู้อะไรล่ะ เธอเริ่มขึ้นเสียง

                ก็สายตาเธอดูอยากเล่นมากๆเลยนี่นา ผมว่าแล้วเริ่มจูงมือเธอไปใกล้ๆลานน้ำแข็ง เธอสะบัดมือผมออก  

              หยุดนะ นายจะทำอะไรน่ะ เธอว่า

 

              ก็จะพาเล่นสเก็ตไง ผมตอบแล้วเดินตรงไปจูงมือเธออีก คราวนี้เธอสะบัดมือของผมไม่ออก และในที่สุดผมก็พาเธอมาตรงขอบลานน้ำแข็งได้แล้ว

 

             ปล่อยนะ เธอร้องเสียงอ่อย ดวงตาสีดำขลิบดวงสวยเริ่มมีน้ำใสๆไหลคลอ ผมรีบปล่อยข้อมือเธอ เธอทรุดลงทันทีเล่นเอาผมประคองแทบไม่ทัน

               เออ....ฉันขอโทษนะ ผมกล่าว ผมเองก็เพียงอยากให้เธอไปใกล้ลานแค่นั้น แถมยังไม่คิดว่าเธอจะเล่นร้องไห้เช่นนี้ 

              ฮึกๆเธอสะอื้นเล็กน้อยแล้วยกมือเรียวของเธอเช็ดคราบน้ำตาออก ผมยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอ เธอรับไปอย่างรวดเร็ว

 

              ขอโทษนะ ฉันขอโทษจริงๆ ผมรู้สึกผิดมากๆ นี่ผมเล่นทำให้เธอร้องไห้เลยหรือเนี่ย  เธอส่ายหน้าช้าๆ จมูกของเธอแดงแจ๋ ขอบตาก็ช้ำเป็นรอยแดง

 

              ช่างเถอะ เธอกล่าว แล้วพยายามลุกขึ้นยืน

 

              ฉันจะไปแล้ว ผมฉุดมือเธอไว้

 

              อย่างน้อยขอผมเลี้ยงอะไรซักอย่างเป็นการไถ่โทษล่ะกัน เธอไม่ตอบ แต่ก็ไม่ขัดขืน เออ..ชอบไอศกรีมไหม

 

             ---------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

               ไม่นานหลังจากเหตุการณ์นั้น ผมกับเธอก็มานั่งทานไอศกรีมในร้านใกล้ๆลานน้ำแข็งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเดินเข้ามาในร้านแล้วก็สั่งเอาๆๆๆ ท่าทางจะเป็นพวกโกรธแล้วกินเฮอะ ผมคิด ในที่สุดหลังจากจดถ้วยที่สามเธอก็วางช้อนของตัวเองลง

 

            เฮ้อ เธอถอนหายใจ

 

           เป็นไงอิ่มรึยัง คุณนะ ผมถาม เธอหันหน้ามามองผม แล้วเลิกคิ้วสงสัยว่าผมทราบได้เช่นไร

 

           พอดีว่าผมรู้จักรุ่นพี่ที่เขารู้จักเธอนะ นะ ผมพูดแล้วลงท้ายชื่อเธอ ชื่อเธอนี่เหมาะแก่การเรียกจริง

 

        เอาเถอะ ว่าแต่นายชื่ออะไรมิทราบ นะถาม อ่าแบบนี้แปลว่าเธออนุญาตให้ผมเรียกชื่อเธอแล้วสินะ

 

       รัฐครับ เชิญเรียกให้พอใจเลยนะ ผมอมยิ้ม ดูเหมือนเธอจะแอบหน้าแดงหน่อยๆด้วย

 

         นะไม่พูดอะไรอีกเราจบการสนทนาด้วยคำพูดสั้นๆเช่นนั้น พอผมกลับมาถึงบ้านใบหน้าของผมอมยิ้มแป้นจนคนทุกคนในบ้านทักพอผมจะล้มตัวลงนอน ผมนอนผลิกอยู่หลายครั้งแต่ภาพของนะก็ไม่หายไปเลย ใช่ว่าผมไม่เคยมีความรัก แต่คราวนี้มันไม่เหมือนคราวที่แล้วมาของผม ผมหมุกหมุ่นแต่เรื่องของเธอแบบนี้หรือเปล่านะที่เขาเรียกว่ารักแท้ ในที่สุดผมก็หลับลงจนได้แต่ภายในใจก็ยังมีภาพของนะอยู่ คืนนั้นผมฝันฝันว่าวันรุ่งขึ้นผมเจอกับเธออีกครั้ง....

  

                   --------------------------------------------------------------------------------------------------

 

        แล้วก็เป็นจริงดังคาดผมเจอเธอแต่ทว่า.....

 

                   ประมาณ10กว่านาทีก่อน

 

                   ผมเดินมาที่ลายสเก็ตด้วยอารมณ์ที่หวังจะเจอกับเธอ แน่นอนผมเห็นเธออยู่ตรงที่เดิมที่ผมเจอเธอเมื่อวาน แต่เธอไม่ได้อยู่คนเดียว ตรงหน้าเธอมีผู้หญิงคนนึงที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี หว้า เธอมาทำอะไรที่นี้กันนะ และขณะที่ผมกำลังจะเดินไปทักพวกเธอนั่นเอง

 

              เรามาดวลกันหว้าประกาศ ถ้าฉันชนะเธอต้องถอยห่างจากรัฐแต่ถ้าฉันแพ้ฉันจะยอมหลีกทางให้แต่โดยดี เฮ้ยๆๆ เกี่ยวอะไรกับผมล่ะครับนี้ ในตอนนี้หัวผมหนักอึ้ง หว้าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน

 

               ฉันกับรัฐไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย แล้วทำไมฉันต้องยอมรับคำท้ายจากคนอย่างเธอด้วยมิทราบ นะตอกกลับเป็นชุด แต่ผมสิไม่รู้ทำไมรู้สึกเจ็บที่หัวใจแปลกๆ

 

               เฮอะ งั้นฉันจะถือว่าเธอกลัวฉันแล้วกันนะ หว้ากล่าว แล้วกันหลังให้นะ

 

               ใครว่าฉันกลัวคนอย่างเธอมิทราบ นะว่ากลับ ได้งั้นเรามาดวลกัน ถ้าฉันชนะเธอห้ามยุ่งกับฉันเด็ดขาดเข้าใจ

 

               แน่นอน หว้าหยักไหล่

 

               แล้วเธอต้องการจะดวลอะไร นะถาม

 

              สเก็ตไง หว้าชี้นิ้วออกไปยังลานน้ำแข็ง  ผมถอนหายใจ ถ้าแบบนั้นนะคงไม่เอาด้วยหรอกมั้ง ขนาดเมื่อวานผมฉุดมือยังไงก็ยังไม่ยอมลงนี่นา แต่ทว่า...

 

               ตกลง เธอบอกเสียงใส  แล้วเธอจะต้องเสียใจ

  

                 นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้านี้ และตอนนี้คือภาพของเจ้าหญิงที่สวนงามผู้ที่กำลังแหลกว่ายไปในลานน้ำแข็ง ผมจ้องนะตาไม่กระพริบ ทำไมนะ ทำไมเธอคนนี้ช่างสวยเสียจริง หน้าของหว้าตอนนี้คงกำลังกัดฟันแน่นไม่ว่าใครว่าดูก็ต้องให้เธอคนนี้ นะ ชนะอย่างแน่นอน

  

                กรี๊ด เสียงนะร้อง ร่างบางของเธอล้มลงบนลานน้ำแข็ง สองแขนยันตัวเองไม่ให้หน้าล้มลง ผมสังเกตเห็นที่ข้อเท้าของเธอมีรอยแผลถลอกอยู่นิดหนึ่งแต่นั่นก็พอให้เลือดไหลได้  

 

                 นะ!” ผมวิ่งออกมาจากที่ซ่อน หน้าของหว้าดูตกใจมากกว่าประหลาดใจ ยืนอยู่เฉยๆทำไมล่ะ ไปช่วยเขาสิ ผมตะโกนใส่หว้า หว้าเองก็ดูตกใจ

 

                 หยุดนะ นะตะโกนก่อนที่ผมจะวิ่งเข้าไป ทำให้เท้าของผมหยุดตามไปด้วย

 

                แต่...ผมชี้ไปที่แผลของเธอ

 

                ถ้าฉันทำแบบนี้ก็เท่ากับฉันแพ้สิ เธอบอก นะพยายามลุกขึ้นจนในที่สุดเธอก็ลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ สีหน้าของเธอบ่งบอกความเจ็บปวดอย่างมากถึงกระนั้นเธอก็ยังพยายามสเก็ตมาที่ขอบลาน ตอนนี้เลือดที่ขาของเธอเริ่มออกมาขึ้น

 

                 พอได้แล้วเธอชนะ ได้ยินไหมเธอชนะแล้วน่ะ หว้าตะโกนออกไปทันทีกันที่นะล้มลง ผรีบวิ่งไปประคองเธอทันที

 

                ฉันชนะแล้วนะ เธอบอกผมแล้วเปลือกตาของเธอก็หลุบลง ผมตะโกนร้องเรียกชื่อเธอดังลั่น ไม่นะ ไม่ ทำไมกัน แต่ก็ไร้เสียงตอนรับจากเธอ

  

                ------------------------------------------------------------------------------------------------------

  

                5 วันต่อมา

 

               ผมเดินทางมาที่สนามบินที่ผมได้เห็นเธอครั้งแรก ภาพของเธอที่เดินออกมาจากห้องผู้โดยสารขาเข้ายังวนเวียนอยู่ในจิตใจของผมแม้จนตอนนี้ เธอไปแล้วสินะ ผมคือพลางมองดูท้องฟ้า ภาพของเธอยังสวยงามเสมอ แม้ตอนนี้เธอจะไม่ได้อยู่ใกล้ผม หัวใจของผมเจ็บปวดแบบแปลกๆ ตั้งแต่วันนั้นหว้าก็ขอโทษขอโพยผมเป็นการใหญ่ทั้งน้ำตา เธอบอกว่าเธอชอบผมมานาน เธอไม่นึกว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ ผมเองก็ได้เพียงแต่ตอบเธอกลับไปว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน ส่วนความสัมพันธ์ของผมและหว้าก็ยังคงเป็นเพื่อนเช่นเดิม 

  

               ผมเดินกลับบ้านด้วยความหดหู่ภายในจิตใจ ถึงแม้เป็นช่วงเวลาไม่เท่าไหร่ที่ได้พบเจอกับเธอแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันช่างเป็นความทรงจำอันมีค่าเท่าที่ผมเคยมี ผมรู้สึกมีความสุขและอยากให้ความรู้สึกนั้นหวนกลับมาอีกครั้ง  ผมกลับถึงบ้านและเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง  ผมล้มตัวลงนอน ทำไมนะ ทำไมผมรู้สึกเหงาเหลือเกินเหงาจนแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ และในตอนที่น้ำตาของผมจะไหลออกมานั่นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น ผมกำลังจะตัดสายแต่คิดอีกทีรับเสียหน่อยคงไม่เป็นไร

 

            ไง เสียงหวานปลายสายทักผม

 

            เหงา ผมบอกเสียงนั่น

 

            เค้าก็อยู่ตรงนี้ไง อีกไม่กี่เดือนก็กลับแล้ว เสียงนั้นบอก

 

            อื่มๆ ถึงนานรึยังผมถาม

 

            เพิ่งมาถึง มาปุ๊บก็โทรหานายปั๊บเลยไงล่ะ เสียงนั้นหัวเราะ อย่าบอกนะว่าแค่นี้ก็จะร้องไห้แล้วน่ะ

 

           ที่ไหนล่ะ แล้วรีบๆกลับมานะ ผมบอกเสียงนั้น รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เฮอะที่บอกอย่างนี้

 

            จร้า เอาแบบนี้ยอมบอกเรื่องบางเรื่องก็ได้ เสียงหวานพูดแต่ฟังยังไงเธอก็ยังหัวเราะอยู่ดี

 

            หืมเรื่องอะไร ยังไงเราสองคนก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้วนิ ผมสวนกลับอย่างงอนๆ

 

            ว๊า จริงหรอ แต่ก็นะรู้ไหมทำไมตอนนั้นเค้าแพ้ไม่ได้น่ะ เธอบอก

 

            อยากชนะไง ผมบอกขำๆ

 

             นั่นก็เหตุผมหนึ่งแต่เหตุผมที่สำคัญกว่านะ คือนะชอบรัฐไง เพราะงั้นนะจะยกรัฐให้คนอื่นไม่ได้ยังไงล่ะ แล้วเธอก็หัวเราะ พอๆพูดอะไรก็ไม่รู้วางสายแล้วนะแล้วเจอกันนะ

 

              อ๊ะ เดี๋ยวสิ ผมบอกนะ คำพูดเมื่อกี้รู้สึกจะทำให้หัวใจผมพองโตเหลือเกิน

 

              อะไรหรอ นะถามกลับ อย่าบอกให้พูดประโยคเมื่อกี้อีกนะ

 

              ไม่หรอกคือรัฐจะบอกว่า ตั้งแต่รัฐได้เจอนะครั้งแรกตั้งแต่ตอนนั้นรัฐก็รักนะตั้งแต่นั้นและตลอดไปด้วยนะ ผมพูด อ๊า ผมพูดไปได้ยังไงนะ เขิลเหมือนกันเฮอะ

 

              อ่า...อื่ม ดูเหมือนเธอจะอึ้งนิดๆ งั้นแค่นี้ล่ะ บาย แล้วเธอก็วางสายอีท่านี้สงสัยจะไม่นิดแล้วเฮอะ

               ผมวางโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าอกแล้วหลับตาลงใช่แล้วตั้งแต่ตอนนั้นผมก็รักเธอ ตั้งแต่วันนั้นคงมีอะไรบางอย่างเชื่อมเราสองคนให้เข้าหากันเสมอแล้วคุณล่ะพบหรือยังคนที่พรหมลิขิตเชื่อคุณกับเข้าเข้าด้วยกัน

 

นิยามกับความรัก - เพื่อน

posted on 15 Nov 2008 22:29 by almonne  in love

เค้าโครงจากเรื่องจริง

      

 

               "อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าความรักกันนะ"

 -------------------------------

               "นั่นใครน่ะ" เด็กสาวหันไปถามเพื่อนสาวหลังจากเพื่อนสาวตัวดีเดินกลับมา

 

               "ริบบิ้น แกบอกฉันมานั่นใคร"

 

               "เออ...ณุ่นเค้ารู้เเล้วน่า บอกกก็ได้ ไม่ต้องทำหน้าตาแบบงั้นเลย"  ริ้บบิ้นพูดปัดเมื่อเห็ท่าทางงอนของณุ่น

 

               "นั่นน่ะ แฟนเค้าเอง" ริ้บบิ้นว่า บนใบหน้ามีรอยแดงแอบแฝงอยู่

 

              "ชื่อไร อยู่ม.ไหน" ณุ่นถามเหมือนเเม่หวงลูก

 

             "เออใหญ่ เเต่เค้าเรียกมันว่าเตี้ย อยู่ม.3"

 

              "สมควร" ณุ่นพูดเบาๆ

 

              "อะไรนะ"

 

               "ไม่มีอะไร ฉันว่าล่ะ ว่าเเต่มันหล่อตรงไหนเนี่ย" ณุ่นชะโงกหน้าไปมองเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่บนเเบะรถมอเตอร์ไซค์ของใครซักคน แล้วหน้าตาแหย๋แก๋ เด็กชายผิดดำเข้ม ตาตี่จนเหมือนหลับตา เเถมหน้าก็ออกท้วมๆ แถมถ้าไม่ผิดตะกี้ที่เพื่อนเธอเดินไปตัวเพื่อเธอกับผู้ชายคนนั้นคงพอๆกัน ดูยังไงก็ไม่เหมาะกับเพื่อนเธอซักนิด ไม่เเม้ซักนิดเดียว เเต่ในเมื่อเพื่อนเธอชอบเเล้วจะทำยังไงล่ะ

                   ริบบิ้นส่ายหน้าไม่เธอไม่ว่าเจ้านั่นหล่อซักนิด เเต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำมเธอถึงรับนายนั่นเป็นแฟนได้นะ

 

               "ไม่ ไม่หล่อเลย แต่ไม่รู้สิ ว่าแต่เราจะขึ้นไปบนห้องกันได้ยังเดี๋ยวไอ้พวกนั้นก็สงสัยหรอก อีกอย่างอย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะ" ณุ่นยักไหล่

 

               "ตกลง ไม่บอกก็ไม่บอก"

-------------------

         

               "เอ้ยแกไปไหนมา"    เด็กสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่บนระเบียงหน้าห้องถามทันทีที่ริบบิ้นกับณุ่นขึ้นมาถึงบนห้อง            

 

                "แบบว่าไอ้ริบบิ้นมันเอาของไปให้แฟนมันน่ะ ฎาแกรู้ไหมว่าแฟนมันน่ะโครตไม่หล่ออย่างเเรง" ไอ้ณุ่นพูดยาวโดยลืมไปเสียสนิดว่าเมื่อซักครู่พูดอะไรกับริบบิ้นไว้

 

                "แก" ริบบิ้นพูดเสียงสยองเเล้วจัดการฟากเพื่อนตัวเเสบไปฟาดหนึ่ง

 

                "ไอ้สมองปลาทอง ไหนบอกว่าไม่บอกวะ" ริบบิ้นเเอะ ณุ่นยิ้มแหย่ๆ

 

               "กรุขอโทษ เอาน่า ไอ้ฎาก็เพื่อนกัน บอกมันเหอะ"  ณุ่นว่า พร้อมส่งสายตาเหมือนลูกเเมวน่าสงสสารไปให้เพื่อ เเต่สายตาของริบบิ้นหาได้สงสารไม่

 

                "เออๆๆ ช่างเหอะ" ริบบิ้นว่า เอาเถอเธอน่าจะรู้อยู่เเล้วว่าเพื่อสมองปลาทองของเธอมันลืมง่ายยิ่งกว่าปลาทอง

 

                 "ว่าเเต่ใครคือแฟนริบบิ้น" ฏาเอียงคอถามอย่างสงสัย "แต่เค้าไม่อยากรู้หรอก ไม่ใช่เรื่องของเค้า"  คำพูดนั้นเล่นเเทงเข้าใจดำเพื่อนทั้งสองที่อยู่ข้างๆ ที่คนหนึ่งความจริงอยากเล่าใจจะขาด ส่วนอีกคนหนึ่งที่สนใจอยากนำเสนอเป็นพิเศษ

 

                

---------------------------

 

                  "เฮ้ยๆๆ แกๆๆเค้ารักเจ็ดหว่ะ เค้าโครตรักมันเลย งุงุงุ ปีนี้เมื่อไหร่จะได้ไปเที่ยวบ้านเจ็ดอีกนะ" เด็กสาวผู้มีทรงผมโด่นเด่นที่สุดในห้องก็ว่าได้ ทรงผมนั้นเพียงมองก็รู้ว่าคือใคร มันเป็นทรงผมที่สามารถขับมอเตอร์ไซค์บนถนนได้โดยไม่ถูกตำรวจจับ

 

                  "เออ เเล้วเรื่องเป็นไงต่อ ย๋า" ริบบิ้นถาม ตามประสา  ท่ามกลางแดดอบอุ่นของแสงแดดกลางสนามหญ้าของโรงเรียน ลมหน้าหนาวพัดเย็นๆ ช่างช่วงเช้าที่ช่างเหมาะกับการทำหูทวนลมกับคำพูดของผอ.เเละหันมาสนทนาพูดคุยกัน

 

                  "ก็ทีนี้..." ณุ่นหันออกมาจากวงสนทนาเเล้วหันมาจ้องฏาเเทน เเต่เเล้วสายตาอันเฉียบไวก็มองเห็นบางอย่างที่แถวชั้น.3

 

                  "เฮ้ย" ณุ่นอุทานเสียงหลง จนฏาที่นั่งอยู่ข้างหันมามอง

 

                 "ทำไม" ฏาถามเสียงเรียบ ณุ่นไม่พูดอะไรแต่ชี้มือไปยังปลายแถวม.3

 

                "หรือว่า" ฏาหันกลับมาถามอย่างสงสัย ณุ่นพยักหน้าหงึกๆเเทนคำว่าใช่

 

               "น้องค่ะ มีปัญญาอะไรกับเพื่อนห้องพี่รึเปล่าค่ะ" เสียงดังมาจากด้านข้างเรียกให้สองสาวหันไปดูทันที เด็กหญิงตัวเล็ก บนเสื้อปักว่าม.3 นั่งอยู่ตรงหน้าไหมสาวร่างอ้วน

 

               "เออ เปล่าค่ะ เเบบว่าคนรู้จัก" ณุ่นชิงตอบ ตายเเล้วความรับริบบิ้นจะแตกก็คราวนี้ล่ะ

 

              "ใครหรอพี่ฝ้าย" ไหมถามอย่างสงสัย ไอ้นี้มันอยากรู้ไปทุกเรื่องจริงๆ

 

             "ก็นั่นมันชื่อไอ้บิ้ก นิสัยมันก็ไม่ค่อยดีหรอกนะ มันน่ะตามจีบพี่อยู่ แต่พี่ไม่เล่นด้วยเฉยๆหรอก"

 

               

             

               

edit @ 15 Nov 2008 23:44:55 by almonne'

เพื่อน..มันที่

posted on 03 Feb 2008 19:54 by almonne

เพื่อน....มันที่พาเราไปเที่ยวแม้ว่ามันกำลังดูรายการโปรดอยู่

เพื่อน....มันที่หมั่นโทรหาเราในวันที่เราไม่โทรหามัน

เพื่อน....มันที่จะให้อภัยเราแม้ว่าเราทำผิดต่อมันแค่ไหน

เพื่อน....มันที่เข้าใจว่าตอนไหนที่ควรปลอบใจหรือด่าว่าเราผิด

เพื่อน....มันที่สามารถออกเงินค่าข้าวแทนเราในวันที่เราไร้ซึ่งเป๋าตังค์

เพื่อน....มันที่หัวเราะไปพร้อมกับเราในเวลาที่เรามีความสุข

เพื่อน....มันที่รู้ว่าอะไรควรและอะไรไม่ควรสำหรับเรา

เพื่อน....มันที่จำวันเกิดเราไม่ได้แต่มันก็ซื้อของขวัญมาก่อนแล้ว

เพื่อน....มันแม้จะทะเลาะกับเราจนเหมื่อนเรื่องใหญ่แต่มันรู้ว่าจริงๆแล้วมันคือเรื่องเล็ก

เพื่อน...มันที่ขับรถจากบ้านมันเพื่อมาปลอบใจเราถึงที่ในเวลาที่เราเองอกหัก

เพื่อน....มันที่ลุกขึ้นมาร่วมเป็นร่วมตายกับเราไม่ว่าสถาณการณ์ไหน

เพื่อน....มันที่โกหกแม่เราว่าเราอยู่กับมันทั่งที่จริงเราเองหายไปไหนก็ไม่รู้

เพื่อน....มันที่หาเราเจอก่อนใครในตอนที่เราหายไป

เพื่อน....มันที่เสี่ยงยอมตายโยนโพยข้อสอบมาเพื่อช่วยชีวิตเรา

เพื่อน....มันที่เสียสละผ้าห่มตอนไปค่ายให้เราที่ซึ่งไม่ได้เอามา

เพื่อน....มันที่ให้เรายืมนิยายเล่มโปรดของมันแม้ไม่รู้ว่ามันจะได้คืนตอนไหน

เพื่อน....มันที่คอยบอกอยู่เสมอว่าเราเองไม่ดีตรงไหน

เพื่อน.....มันที่ช่วยเราทุกเรื่องแม้เป็นปัญหาที่ยากลำบาก

เพื่อน.....มันที่รับฟังความคิดเห็นของเราตลอด

เพื่อน.....มันที่สอนให้เรารู้จักกับคำว่า มิตรภาพ

เพื่อน.....มันที่คอยรับใบเอกสารเก็บไว้ให้เราในวันที่เราไม่อยู่

เพื่อน.....มันที่ขานรับแทนเราตอนอาจารย์เรียกชื่อในวันที่เราเข้าห้องสาย

เพื่อน.....มันที่สอนให้เรารู้จักกับคำว่า มิตรภาพ

   และอีกมากมาย สำหรับเพื่อน...มีความทรงจำดีๆมากมายที่เพื่อนทำให้กับเรา  และสำหรับเพื่อน มิตรภาพของเราจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

fw, อันนี้แต่งเองค่ะ, แต่งไว้, ให้เพื่อน

FW - เพื่อน

posted on 03 Feb 2008 19:52 by almonne

สัญญากับเค้าก่อนว่าจะอ่านจนจบบบ
> >
ถ้าสัญญาก็อ่านเลย> >>>> >>>> >>>เปิดประตูหัวใจของคุณซิ
> >
มีใครอยู่ข้างในมั่ง> >>>> >>>มีพ่อ มีแม่ มีตัวเอง มีแฟน มีกิ๊ก มีคนรัก
> >
มีคนที่ชอบ> >>>> >>>แล้วมีเพื่อนรึเปล่า> >>>> >>>เพื่อนคนไหน หลายคน
> >
หรือคนเดียว> >>>> >>>อย่ายึดติดว่าเพื่อน
> >
จะหมายถึงเพียงคนที่อยู่ห้องเดียวกับเรา> >>>> >>>อย่ายึดติดว่าเพื่อน
> >
จะหมายถึงเพียงคนที่อยู่ร่วมรุ่นกับเรา> >>>> >>>อาจมีเพื่อนรุ่นพี่
> >
ที่ต้องให้ความเคารพ> >>>> >>>เพื่อนรุ่นน้อง ที่ต้องคอยเอาใจใส่> >>>> >>>คุณ
> >
ให้ความสำคัญกับเพื่อนมากแค่ไหน> >>>> >>>สัญญาก่อนนะ
> >
ก่อนที่จะอ่านข้อความนี้> >>>>
> > >>>
คุณจะส่งต่อให้กับคนที่คุณคิดว่าเค้าคือเพื่อนของคุณ & >
> > >>>
เพื่อนที่ปรากฏอยู่ในใจ> >>>คุณเมื่อเอ่ยคำคำนี้"เพื่อน"> >>>>
> > >>>
แล้วอย่าลืม ส่งกลับให้คนที่ส่งให้คุณด้วย> >>>>
> > >>>
หากว่าคนที่ส่งมาให้คุณนั้นคือเพื่อนของคุณเช่นกัน> >>>>
> > >>>
ถึงเวลาจะเปลี่ยนผันไป แต่ว่าเรา ยังเหมือนเดิม> >>>>
> > >>>
รักกันเท่าใดก็รักเท่านั้น> >>>> >>>บางทีอาจรักมากยิ่งขึ้น
> >
หรือมากขึ้นไปเรื่อยๆ> >>>> >>>จนไม่มีวันสิ้นสุด> >>>> >>>หากเราจากกันไป
> >
เราจะจำไว้ว่า> >>>> >>>มีที่นึง> >>>> >>>ที่ทำให้เรารู้จักกัน> >>>>
> > >>>
ที่แห่งหนึ่งได้ให้ประสบการณ์ดีๆ กับเรา> >>>> >>>ทั้ง ทุกข์ สุข เหงา
> >
เศร้า ฯลฯ> >>>> >>>ซึ่งที่แห่งนั้นมีทั้ง อาจารย์> >>>> >>>เพื่อน รุ่นน้อง
> >
หรือรุ่นพี่> >>>> >>>หรือใครต่อใคร> >>>> >>>และที่แห่งนั้น> >>>>
> > >>>
ก็จะอยู่ในความทรงจำดีๆของพวกเราตลอดไป> >>>> >>> >>> >>>
> > >>>> >>>> >>>> >>>
คำว่าเพื่อนไม่ได้เพียงแค่รู้จัก> >>>> >>>แต่เป็นรัก
> >
ความผูกพัน ที่มีเสมอ> >>>> >>>ฉันจะไม่ลืม เพื่อนดีดี อย่างเช่นเธอ> >>>>
> > >>>
ไม่มีทางลืมเกลอที่แสนดี> >>>> >>>เพื่อนคือ คําหนึ่ง ซึ่งสูงค่า> >>>>
> > >>>
มีที่มา เนิ่นนานโบราณเหลือ...> >>>> >>>เพื่อนของพริก รับรอง
> >
ต้องเป็นเกลือ> >>>> >>>เพื่อนของเรือ นั่นหรือก็คือพาย> >>>>
> > >>>
เพื่อนของช้าง ปางไหน ก็ใช้โซ่> >>>> >>>เพื่อนของปลา นั้นโอ้โหคือธารสาย>
> > >>>> >>>
เพื่อนแครอท แน่นัก คือกระต่าย> >>>> >>>เพื่อนของช้อน คิดสบาย
> >
คือถ้วยจาน> >>>> >>>เพื่อนของเสือ แน่นอน ว่าคือป่า> >>>> >>>เพื่อนของหญ้า
> >
คือดิน ทุกถิ่นฐาน> >>>> >>>เพื่อนวันนี้ จงเชื่อมั่นคือวันวาน> >>>>
> > >>>
เพื่อนของฉัน..อ่ะเหรอ คือเธองัย> >>>> >>>>
> > >>>
มิตรภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องฉลาดต้ององอาจกล้าหาญหรือสะสวย> >>>>
> > >>>
มิตรที่ดีไม่จำเป็นต้องร่ำรวย&ไม่ต้องหมวยสวยเก๋นักกีฬา> >>>>
> > >>>
มิตรที่ดีอาจจนก็เป็นได้อาจจะโง่ขี้อายหรือเหรอหรา> >>>>
> > >>>
แต่พวกเขาพร้อมช่วยเพื่อนทุกเวลาไม่คิดค่าตอบแทนแต่อย่างไร> >>>>
> > >>>
เพื่อนจะดีดีที่ใจใช่ใบหน้าอาจเหมือนผ้าที่ดูสวยแต่ขาดได้> >>>>
> > >>>
ต่างกับเพื่อนดีที่ใจใช่คนร้ายก็เปรียบได้กับผ้าที่ทนทาน> >>>>
> > >>>
ขอขอบคุณที่ช่วยแต่งแต้มวันหงอยเหงาให้สดใส> >>>>
> > >>>
ขอขอบคุณที่มอบดอกไม้แห้งน้ำใจให้ฉัน> >>>>
> > >>>
ขอขอบคุณความผูกพันที่มีให้กัน> >>>>
> > >>>
ขอขอบคุณสายสัมพันธ์แห่งความจริงใจ> >>>>
> > >>>
ขอขอบคุณความอาทรความห่วงใย> >>>>
> > >>>
ขอขอบคุณความเข้าใจไม่มีวันล่มสลาย> >>>>
> > >>>
ขอขอบคุณกาลเวลาที่พาเรามาทักทาย> >>>>
> > >>>
ขอขอบคุณสิ่งทั้งหลายที่ทำให้เราเป็นเพื่อนกัน> >>>>
> > >>>
คำว่าเพื่อนของฉัน> >>>> >>>ว่าอย่างไรก้อไม่มีวันจางหาย> >>>>
> > >>>
เพื่อนยังคงคิดถึงกันไม่เสื่อมคลาย<> >>>>
> > >>>
ไม่เคยจางหายแม้ต้องจากกัน> >>>> >>>มีเวลาที่เราได้พบเจอ< BR>>
> > >>>
วันนั้นเสมอเป็นฝันชั้นสวรรค์> >>>> >>>จางไม่หายลบไม่เลือนในใจฉัน>
> > >>>> >>>
หายจากกันแต่เรายังเป็นเพื่อนกันตลอดไป> >>>> >>>> >>>และคำสุดท้าย>
> > >>>> >>>
เชื่อว่า เพื่อนทุกคนเคยทำผิดต่อกันและกัน> >>>>
> > >>>
แต่มันขึ้นอยู่กับว่าตัวเราน้านจาหั้ยอภัยเพื่อนหรือไม่> >>>>
> > >>>
ถ้าคิดที่จาอยู่ด้วยมิตรภาพของกันและกันตลอดไป> >>>> >>>ท่องเอาไว้> >>>>
> > >>>
การอภัยหั้ยการดีที่สุด> >>>> >>>อีเมลฉบับนี้อยากให้เพื่อนส่งต่อให้>
> > >>>> >>>
เพื่อนเพื่อขอโทษสำหรับสิ่งที่เคยทำผิด> >>>>
> > >>>
และเพื่อมิตรภาพของเราจาได้อยู่กับมันตลอดไป> >>>> >>>ขอโทดนะเพื่อนๆ>
> > >>>> >>>
ส่งเมลนี้กลับไห้กับคนที่คุนคิดว่าเค้าคือเพื่อน> >>>>
> > >>>
ของคุนด้วย> >>>> >>>พร้อมกับรอคอยที่จาได้การไห้อภัย> >>>>
> > >>>
ถ้าเค้าคนนั้นส่งกลับมา> >

 
   

FW จากเพื่อนเรา เราอยากบอกทุกคน และอยากให้ทุกคนส่งต่อให้เพื่อนของคุณต่อไป

 

 

Fw - พ.เพื่อน

posted on 30 Jan 2008 11:51 by almonne
พ.เพื่อนแบบนี้...มีอ๊ะป่าว พ.เพื่อนแบบนี้...มีอ๊ะป่าว??เพื่อนคนที่ เก็บ Lecture... ให้คุณยามคุณขาดเรียน โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า เพื่อนคนที่ เราไม่ต้องพูดอะไรเพื่อเอาใจเขา เพื่อนคนที่ เราเจอกันตอนเช้าแล้วคุณอยากเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนคุณฝันถึงอะไร เพื่อนคนที่ เราเอ่ยชื่อทุกครั้ง... เวลาพ่อแม่ถามว่าอยู่คุยกับใคร ไปกินข้าวกับใครมา เพื่อนคนที่ เราเคยยืมเงินมากเกินหลักพัน เพื่อนคนที่ คุณอยู่ด้วยกันท่ามกลางความเงียบแล้วไม่อึดอัด เพื่อนคนที่รู้ว่าเดือนๆ หนึ่งเราอ่านหนังสืออะไรบ้าง... ซื้อเทปใครบ้าง เพื่อนคนที่รู้ว่าร้านไหนเป็นร้านโปรดของเรา เพื่อนคนที่คนที่เราคิดว่า ถ้างานนั้นไม่มีเขา... เราคงกร่อย เพื่อนคนที่เรารู้ว่าเขาชอบใคร... แล้วตอนนี้สถานการณ์ถึงไหน เพื่อนคนที่โทรหาเราเพราะต้องการคำปรึกษา... ไม่ใช่แค่เล่าให้ฟัง เพื่อนคนที่คนอื่นเขาเวลาเจอเรา ต้องถามหาเขา เพื่อนคนที่เราไม่เจอกันไปสามเดือน... แล้วไม่ต้องกังวลว่าอะไรๆจะไม่เป็นเหมือนเดิม เพื่อนคนที่ เรา.... (อื่น ๆ อีกมากมาย)  อ่านจบแล้วคุณคิดคิดถึงใคร ... คนๆ นั้นคือ เพื่อนสนิทของคุณ เอาง่ายๆ เวลาคุณเจอคนอื่น เขาถามถึงเพื่อนคนไหนของคุณ มีมั้ย??... ถ้ายัง หาซะนะ พยายามคิดถึงเรื่อง การคบเพื่อนเชิงคุณภาพ”... ไม่ใช่ ปริมาณ  อีกอย่างเพื่อนไม่ใช่แฟนนะ... เพราะกับเพื่อนเราจะทะเลาะกันเรื่องใหญ่ๆ ไม่ใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ

แต่กะแฟนเรามักจะทะเลาะกันเรื่องเล็กๆ จริงมั้ย??!?

 

 

************************************************************************************************************************.

 

อีก FW ดีๆที่เพื่อนส่งมาให้  ^^

 

 

edit @ 3 Feb 2008 19:48:32 by almonne

โลกนี้มันน่าเบื่อจริงอ่ะ ....  เราเองว่าไม่นะ 

   มีคนบอกว่าทุกๆวันชีวิตของเรามันก็เหมื่อนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เราว่าไม่ใช่นะ.....



    ลองคิดดูนะอย่างน้อยในวันวันนึง อย่างน้อยเราก็ไม่ได้พูดประโยคเดิม พูดเวลาเดิมและสถานที่เดิมซักกะหน่อยนิ 


     แล้วงั้นมันจะซ้ำซากได้ยังไง  เราว่าคนที่มองว่าชีวิตของตัวเองซ้ำซากไม่น่าตื่นเต้นนะ เป็นคนที่ไม่รู้จักมองไปในอีกด้านนึงของชีวิตมากกว่า นี่เราไม่ได้ว่าว่าเราเองเป็นคนที่ไม่เคยเบื่อกับชีวิตประจำวันของตัวเองนะ

    
      เเต่ว่าเราเองคิดว่าต่อให้นั่งคิดนั่งบ่นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น  และแล้วไม่รู้ว่ายังไงเราเลยลองมองดูอีกด้านนึงของเรา  แล้วเราก็คิดได้....

    โลกนี้ไม่น่าเบื่อเลยเเต่เราต่างหากที่ทำตัวน่าเบื่อนะ  เพราะเรามัวเเต่มอง่าน่าเบื่อทั้งที่คว่มจริงเเล้วมันไม่ได้น่าเบื่อตรงไหนเลย


    โลกเรานะน่าตื่นเต้นและสนุกจะตายไป  เเต่เราไม่เคยที่ทำตัวให้สนุกเเละตื่นเต้นต่างหากล่ะ เพราะเรางเองมองแต่ว่าโลกนี้น่าเบื่อ  โยนความผิดไปยังสิ่งๆหนึ่งที่ไร้ซึ่งความผิดให้ผิด  ทั้งๆที่คนผิดคือตัวเราเองต่างหาก



    บางทีนะเเค่เราทำตัวให้สนุกร่าเริงตลอดเวลา  เราเองก็จะมีความสุข  แต่ก็นะคงจะไม่มีใครที่จะสามารถร่าเริงเเละสนุกได้ตลอดหรอกจริงม่ะ  ในเมื่อเราเป็นมนุษย์ไม่ใช่พระเจ้า ย่อมต้องมีน้ำตา  เรื่องเศร้าเสียใจ  และตอนที่ไม่อยากจะร่าเริงเป็นธรรมดา  ซึ่งเรื่องนี้เป็นธรรมดาของมนุษย์เรา   ....


    เพราะงั้นเเค่เราทำตัวให้สบายใจ  ทำในสิ่งที่คิดว่า มันดีซึ่งเราทำแล้วต้องสบายใจเเค่นั้นก็พอ  และลองมองโลกในอีกด้านบ้าง  ลองมองมันในอีกด้านหนึ่งที่คุณไม่เคนได้มองบ้าง  และคุณจะรู้ว่าโลกนี้ ไม่น่าเบื่อ ซ้ำซากจำเจเลยซักนิด ทำตัวให้สดใสบ้างอย่ามัวเเต่ซึมอยู่เลยตอนนี้  มามองโลกให้สนุกแล้วคุณจะไม่เบื่อกับชีวิตเลยซักนิด



---------------------------------------------------------------------------------------

edit @ 29 Jan 2008 22:34:50 by almonne

 

งิงิงิ  ในที่สุดก็ได้ทำบล็อกในxteen แล้ว

 

หลังจากอยากทำมาตั่งนาน

 

บล็อกนี้ก็เหมื่อนกับบ้านหลังที่3ของตัวเองเลย

 

 

ส่วนบ้านหลังที่สอง อยู่ที่นี้ my.dek-d.com/nana_riri

 ยังไงก็ไปเยี่ยมกันนะ งิงิ

 

 

 

edit @ 30 Jan 2008 11:46:36 by almonne